10 ข้อควรรู้ของคนลงทุนในหุ้น

10 ข้อควรรู้ของคนลงทุนในหุ้น

 หากเราอยากจะเริ่มต้นลงทุนในทองคำแต่ไม่รู้จะทำอย่างไร ไม่รู้จะหาข้อมูลจากไหน หรือเริ่มต้นที่อะไร ลองมาอ่านเรื่องที่นักลงทุนต้องรู้ 10 ข้อ เพื่อเป็นแนวทางของการเริ่มต้นลงทุนทองคำแท่งต่อไป

1. คุณชอบลงทุนสไตล์ไหน

เรื่องที่สำคัญที่สุดคือ คุณเป็นนักลงทุนทองคำแท่งสไตล์ไหน คือเป็นนักลงทุนระยะยาว หรือ นักลงทุนระยะสั้นแบบซื้อมาขายไปเพื่อกำไรระยะสั้น หรือเป็นนักลงทุนประเภทส่วนผสมของทั้งระยะยาวและระยะสั้น เพราะสไตล์จะเป็นตัวกำหนดปัจจัยต่อเนื่องหลายๆ อย่าง เช่น จะลงทุนเท่าไรดี จะลงทุนเองหรือลงทุนผ่านวิธีอื่นๆ เช่น กองทุนรวม หรือลงทุนในสัญญาซื้อขายทองคำล่วงหน้า (Gold Futures) ระยะเวลาการลงทุนจะนานแค่ไหน หรือเราจะต้องใช้เวลาในแต่ละวันติดตามสถานการณ์ราคาจริงจังแค่ไหน เป็นต้น

2. เครื่องมือที่เหมาสมนำพาซึ่งกำไรในการเทรด

การลงทุนในทองคำแท่งในบ้านเราทำได้หลักๆ 4 รูปแบบคือ (1) ลงทุนเองทางตรงโดยการซื้อทองคำจากร้านขายทองไม่ว่าจะถือเงินไปซื้อที่ร้าน หรือซื้อผ่านอินเตอร์เน็ต ไม่ว่าจะเป็นทองคำแท่ง ทองรูปพรรณ หรือเหรียญทองคำ (2) ลงทุนผ่านกองทุนรวมที่ลงทุนในทองคำ  (3) ลงทุนในสัญญาซื้อขายทองคำล่วงหน้า (Gold Futures) ในตลาดประเทศไทย และ (4) ลงทุนทางอ้อมโดยการซื้อหุ้นในบริษัทที่ทำเหมืองทองคำผ่านตลาดหลักทรัพย์ซึ่งแต่ละรูปแบบก็มีข้อดี ข้อเสียต่างกัน เราต้องเลือกให้เหมาะกับตัวเรา และลักษณะการลงทุนของเราเอง

3. อย่าวางไข่ไว้ในตะกร้าใบเดียวกัน

ตามสำนวนที่หลายๆ คนชอบพูดกันว่า “Don’t put all eggs in one basket.” ดังนั้น เพื่อป้องกันความเสี่ยงเวลาราคาทองคำแท่งลง หรือเวลาที่ราคาผันผวนซึ่งอาจทำให้เราหมดตัวได้ถ้าการลงทุนของเรามีแต่ทองคำ พอร์ทการลงทุนของเราไม่ควรจะเป็นทองคำอย่างเดียว หรือเป็นสัดส่วนที่สูงเกินไป ควรมองทองคำเป็นเพียง Alternative Investment เท่านั้น เช่น บางคนอาจกระจายความเสี่ยงในการลงทุนเป็นหลายรูปแบบ (Diversification) และทองคำเป็นส่วนหนึ่ง เช่น ทองคำแท่ง 20% กองทุน 20% หุ้น 20% พันธบัตร 30% ฝากธนาคาร 10% เป็นต้น

4.เริ่มต้นลงทุนด้วยเงินจำนวนน้อยๆ

ก่อนเริ่มลงทุนทองคำแท่ง ควรศึกษาและทำความเข้าใจกับความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับทองคำให้ดีก่อน เช่น มีค่าใช้จ่ายต้นทุนอะไรบ้าง อะไรที่อาจเป็นปัจจัย และมีผลกระทบกับราคาทอง และควรเริ่มต้นลงทุนด้วยพอร์ตลงทุนเล็กๆ ก่อน เพื่อฝึกทักษะความเข้าใจ และเก็บสะสมประสบการณ์ก่อนที่จะกระโจนลงเต็มตัว หรือเริ่มลงทุนในจำนวนที่สูง การลงทุนในทองคำซึ่งเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodities) อย่างหนึ่งซึ่งบางทีราคาเอาแน่เอานอนไม่ได้ บางทีความรู้ หรือการศึกษาอย่างเดียวอาจไม่พอ แต่ประสบการณ์และความเก๋าเคยผ่านสถานการณ์ทั้งดี และร้าย รวมถึงการค่อยๆ ทำความเข้าใจพฤติกรรมของตลาด ก็เป็นสิ่งที่จำเป็นทีเดียว

5. วินัยเป็นเรื่องสำคัญในการลงทุน

ข้อนี้จะสำคัญมากสำหรับนักลงทุนประเภทระยะสั้นทำกำไร คือเราต้องมีวินัย และมีระดับตัวเลขความเสี่ยงที่ยอมรับได้ไว้ในใจเหมือนกัน และเมื่อถึงจุด Trigger Point ตรงนั้น เราอาจต้องตัดขาดทุน หรือขายทำกำไรในระดับนั้นทันทีเพื่อไม่ให้เราโดนลากยาวไปกว่านั้น หรือเกิดอาการติดดอย บางคนอาจตั้งกฎไว้เลยว่าไม่อยากได้กำไรมากๆ แต่ขอแค่กำไรนิดๆ หน่อยๆ ตอดนิดตอดหน่อยไปเรื่อยๆ แต่กำไรไปตลอดก็พอ นอกจากนี้กฎหลักอีกอย่างที่เราควรจำไว้ก็คือ ไม่มีใครสามารถบอกหรือแนะนำเราหรอกได้ว่าตอนนี้ราคาสูงสุดแล้วให้ขาย หรือตอนนี้ต่ำสุดแล้วให้ซื้อ ดังนั้น มีวินัยและตั้ง Trigger Point ที่ตัวเองรับได้ ดีที่สุดครับ

6. ทองคำแท่ง VS ทองคำรูปพรรณ

เราสามารถเลือกซื้อได้ทั้งสองแบบ แต่ทองคำสองประเภทนี้ก็มีข้อดีข้อเสียต่างกันขึ้นอยู่กับความประสงค์ของคนซื้อ ถ้าเป็นทองคำแท่งก็จะมีข้อดีคือ ไม่เสียค่ากำเหน็จในการซื้อขายจึงอาจมีราคาโดยรวมถูกกว่าทองคำรูปพรรณนิดหน่อย (ในน้ำหนักที่เท่ากัน) แต่มีข้อเสียคือ สวมใส่ไม่ได้ต้องเก็บรักษาไว้เฉยๆ และอาจต้องมีต้นทุนค่าเก็บรักษา เช่น เสียเงินฝากในตู้นิรภัยกับธนาคาร ส่วนทองคำรูปพรรณก็จะมีข้อดีคือ ใช้เงินเริ่มต้นไม่มากก็ซื้อได้ และใส่เป็นเครื่องประดับแสดงฐานะได้ในบางโอกาส แต่ก็มีข้อเสียคือ เสียค่ากำเหน็จในการซื้อขาย และอาจโดนกดราคาเมื่อขายคืน หรือขายคืนกับคนละร้านที่เราซื้อมา

7. ลงทุนด้วยเงินเย็นเท่านั้น

ถ้าจะให้ปลอดภัย เราควรจะลงทุนด้วย ‘เงินเย็น’ เท่านั้น ไม่ควรจะกู้เงินมาลงทุน เพราะราคาทองผันผวนง่าย และหากกู้มาแล้ว ทองคำที่ซื้อไว้ดันขาดทุน จะทำให้เรามีภาระสองทาง คือทั้งผลขาดทุน และเสียดอกเบี้ย ในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์นั้น บางคนอาจใช้วิธีกู้เงินเพื่อมาลงทุนได้ (เช่นซื้อแล้วปล่อยเช่าโดยเอาค่าเช่ามาจ่ายหนี้เงินกู้) ซึ่งสามารถทำได้ในระดับที่มีความเสี่ยงน้อยกว่าการกู้เงินมาลงทุนทองคำ เพราะโดยธรรมชาติของอสังหาริมทรัพย์นั้น ราคามีแนวโน้มจะขึ้นมากกว่าลง (หรืออย่างน้อยก็ทรงตัวหรือขาดทุนนิดหน่อย) และบางทีเรากำหนดราคาขายต่อเองได้ ในขณะที่ทองคำนั้น ราคาหวือหวากว่ามาก และต้องขายตามราคาตลาดโลกเท่านั้น

8. กราฟสำคัญแต่ข่าวสำคัญกว่า

จากสถิติที่ผ่านมา ราคาทองคำมักจะเคลื่อนไหวไปในทิศทางตรงข้ามกับค่าเงิน US Dollars เพราะทองคำซื้อขายเป็นเงินดอลลาร์สหรัฐ เมื่อค่าเงินดอลลาร์สหรัฐลดลง ราคาทองคำก็มักจะปรับตัวเพิ่มขึ้น เช่น เพราะนักลงทุนโยกเงินจากเงินดอลลาร์สหรัฐไปที่ทองคำ และเมื่อไรที่ค่าเงินดอลลาร์เพิ่มค่าขึ้น ราคาทองก็มักจะปรับตัวลดลง และนอกจากนี้ ข่าวๆต่างๆที่มีผลกับเศรษฐกิจของสหรัฐฯก็มักจะส่งผลต่อทองเช่นกัน ซึ่งนักลงทุนที่หวังจะพิชิตกำไรในตลาดทองคำแท่ง ก็จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องติดตาม Event ต่างๆเหล่านี้อย่างใกล้ชิด โดย Event ไหนที่มีความสำคัญมาก ทางอินเตอร์โกลด์ ก็มักจะมีบทวิเคราะห์ หรือ Content ดีๆมาให้เพื่อนๆได้อ่านกันอยู่เสมอครับ

9. ทองคำแท้ง กับ รูปพรรณ น้ำหนักไม่เท่ากัน

ทองคำแท่ง กับทองรูปพรรณ แม้จะทอง 1 บาทเท่ากัน แต่น้ำหนักจริงหนักไม่เท่ากัน โดยมาตรฐานทองคำแท่ง 1 บาท หนัก 15.244 กรัม ส่วนมาตรฐานทองรูปพรรณ 1 บาท หนัก 15.16 กรัม

10. เทรดกับคนที่ไว้ใจได้

ถ้าเราลงทุนด้วยตัวเอง หากมีร้านทองที่คุ้นเคย หรือที่ซื้อขายได้สะดวกรวดเร็ว และเงื่อนไขน้อยก็จะดี เพราะบางทีเราอาจต้องซื้อเร็วขายเร็วเหมือนกัน ที่อินเตอร์โกลด์เรารับฟังและให้คำปรึกษาคุณอย่างตรงไปตรงมาเป็นกันเอง เปรียบเสมือนครอบครัวของเราเพราะความสุขของคุณ คือ รอยยิ้มของเรา และ ด้วยระบบการเทรดที่รองรับการซื้อ-ขายทองคำแท่งผ่านระบบออนไลน์ ทั้งบนเครื่อง PC โทรศัพท์มือถือ หรือแท็บเล็ตทุกแพลตฟอร์มไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน เวลาใด ก็สามารถทำรายการซื้อ-ขายได้อย่างสะดวกสบาย